Arrow's profile@@@**iN My MInD..HoPe&Pe...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
May, 2009 คนที่ชอบอาจจะไม่ใช่คนที่ใช่---คนที่เราชอบ...อาจจะไม่ใช่++คนที่ใช่ คนที่ใช่----อาจจะไม่ใช่คนที่เราชอบ..... .....คนที่เรารัก ก็อาจจะไม่ใช่คนที่รักเราเสมอไป..... --------------- --------------- --------------- --------------- May, 2009 เง้อออ...วันที่กระสับกระส่าย ร้อนรุ่ม..งุนงง กะหัวใจตัวเอง (วันที่เท่าไหร่ แล้วในรอบปี)งุนงง สงสัย ....เป็นไรป่าวหว่า????? โอ้ววววว..พระเจ้าจอร์จ...เราเป็นอะไรไป นี่..เราจะสูญเสียความเป็นตัวเอง ไปแล้วเหรอ???...ไม่หรอก ไม่ใช่ บางทีก้อแค่สับสนล่ะมั้ง...สับสน และงุนงง ช่วงนี้ชีวิตอาจวุ่นวาย ต้องการคิดอะไรคนเดียว ต้องการ นั่งเงียบ ๆ นอนเงียบ ๆ คนเดียว ปัญหาคนอื่นทั้งนั้น แล้วทำไมเราต้องเอาปัญหาคนอื่นมาด้วยล่ะ โอ้ยยย น่าเบื่อ..........น่าเบื่อ ออก ปัญหาคนอื่นเอามาให้เราช่วย แล้วถ้าเรามีปัญหา เค้าจะช่วยเราป่าวหว่า??? เออ ทำไงดี ล่ะ....เบื่อง่า เบื่อปัญหามากมาย ที่ไม่ใช่ปัญหาของเรา ไม่ช่วยก้อผิดอีกดิ ....เซงจิตจริงๆ เลย เกิดมาเป็นคน แล้วจาเป็นคนดีนี่มันยาก ยากยิ่งกว่าเป็นคนชั่วอีก ทำดี 1000 ครั้ง ไม่เท่าทำความชั่วครั้งเดียว เง้ออออออ.....ความดีทำยากจริง ๆน่ะ แหละ ทำไปแล้วคนอื่นก้อไม่ได้มองว่าดีเท่าที่เค้าทำอีกต่างหาก . เออออ เอาเข้าไปดิ เป็นตัวของตัวเอง อยู่คนเดียวไม่ต้องยุ่งกะใครจะดีกว่า คนเราคิดไม่เหมือนกัน ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า สบายใจ May, 2009 เดือนพฤษภาคม....เดือนที่ 5 ของปี 2009บางครั้ง...เราก็ต้องยอมรับความเป็นจริง กับสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ จริงมั้ย????? เฮ้อออออ..........ปล่อยให้มันหายไปดีกว่า..........หายไปให้ไกลแสนไกล ไม่ต้องกลับมาจะดีกว่ามั้ง????? -------------------------+++++++++++++++---------------------------------------- " มองดูท้องฟ้ากว้างใหญ่..มีหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากทำ...และต้องการจะทำให้ได้ อิสระ รอบ ๆตัวเรา หลายอย่างที่เราไม่ต้องไปค้นหาจากใคร เป็นสิ่งที่เรามีอยู่แล้วในตัวเราเอง ไม่ต้องไปตามหาอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตที่ไหน....มันอยู่ข้างในตัวเรานี่แหละ ทำไมต้องไปตามหาใครอีกคนที่ไม่รู้ว่ามีอยู่จริง เราเกิดมาตัวคนเดียวตั้งแต่แรก และตอนที่จากโลกใยนี้ไปก้ไปคนเดียว เหมือนกับเวลาที่เราเกิดมา(ยกเว้นฝาแฝด ที่เกิดมาเป็นคู่) การใช้เวลาอยู่คนเดียว เงียบ ๆ เพื่อค้นหาคำตอบว่าแท้จริงแล้วเราต้องการอะไรกันแน่.....สิ่งที่เราต้องการจริง ๆ ....บางที ก็คือความว่างเปล่า ว่าง เหนือความว่างล่ะมั้ง.....เหมือนกับสิ่งที่เรียกว่ารัก รัก ก็แค่นามธรรม ......แต่เราก้อยังไขว่คว้าเอามาเป็นของเรา ไม่ได้เราก้อเสียใจ หรือไม่ ก็เสียใจสุด ๆ ......" April, 2009 เหตุผลเก่า ๆ ที่เราพลาดทุกครั้ง..ไปหลงรักเค้าทำไมนี่???---ฉันรักเธอเพราะเธอเป็นคนดี ---ฉันรักเธอเพราะเธอชอบฟังเพลงเพลงเดียวกับฉัน ---ฉันรักเธอเพราะเธอใจดี อ่อนโยน ---ฉันรักเธอ เพราะรอยยิ้มของเธอเวลายิ้มให้ฉัน ---ฉันรักเธอเพราะเธอไม่เหมือนคนที่ฉันเคยคบ ๆ มา ---ฉันรักเธอ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ก็เพราะฉันรักเธอไงล่ะ ฉันรักเธอ ที่เธอเป็นเธอ.....รักทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอรัก..... ถึงเธอจะไม่รักฉัน...ฉันก็รักเธอ.....คนเราอยู่ได้ด้วยความรัก หล่อเลี้ยงหัวใจใช่มั้ย?? ฉันก็คนนึง เพราะมีคนอย่างเธอบนโลกใบนี้ ฉันจึงยังมีชีวิตอยู่ได้.....แต่...แค่เพียงหันมามองฉันบ้างจะได้ไหม หันมาแม้แค่หางตาก็ยังดี.......หันมามองคนที่อ่อนแออย่างฉันสักครั้ง ก็นับว่าดีที่สุดแล้ว...... ModE:ฉันกลับมาตกหลุมรักเธอเหมือนเดิมอีกแล้ว?????my StaTus....(^__________^): Can'T NoT stop LOVE U!!!!!.... ----ย้อนกลับมาอีกครั้ง...ตรงที่เดิม ที่เราจะต้องเจ็บซ้ำ ๆ ซาก ๆ อีกแล้ว---- ทั้งๆ ที่ไม่น่าจะเลี้ยวหัวรถกลับมาเลยแท้ ๆ ก็ยังอุตส่าห์ กลับมาอยู่ตรงที่เดิม...ไม่ได้พัฒนาให้ก้าวหน้าสักนิดเดียว +++ยิ่งถอยหลังลงคลองมากขึ้นกว่าเดิมซะอีก.....แล้วจะทำยังไงต่อไปดีล่ะนี่....ฆ่าตัวตายชัด ๆ +++ หลังจากนี้ก็จะมีอาการ น้ำตาซึมเป็นพัก ๆ อีกแล้วสิ ....เข้าสู้โหมดเก่า ๆ ที่เราไม่อยากให้เป็นอีกแล้ว เฮ้ออออ ถอนหายใจวันละ 100 รอบ....ทำยังไง ๆ ๆ ๆ .....เมื่อไหร่จะหลุดจากวังวนอารมณ์แปรปรวนของตัวเอง ------ทำร้ายตัวเองแบบนี้ ไม่คิดว่าจะดีขึ้นมาเลย...จิตใจยิ่งจะแย่หนักมากขึ้นไปอีก...หน้าซึม หงอย ๆ ๆ มันก็จะกลับมา----- ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที ช่วยดึงขึ้นไปหน่อย....ดึงเราขึ้นจากหลุมลึกนี้ทีสิ....เชื่อสิ อีกไม่นาน เราก็จะทนไม่ไหว April, 2009 เปลี่ยนแปลง....เปลี่ยนไป.....????????สิ่งที่ควรเปลี่ยน ตอนนี้......เปลี่ยนไปรักคนที่รักฉัน...????? ดีกว่ามั้ย บางครั้งการนั่งมองใครบางคนทุกวันก้อไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าประทับใจในความทรงจำ...... บางที เราก็ควรจะมองข้าม อะไรบางอย่างที่มันขัดหูขัดตาเราซะบ้าง...... และบางที เวลาก็สามารถช่วยทำให้อะไร ๆ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นก็ได้............. ฉันไม่ใช่คนดี ไม่ได้อยากจะเปลี่ยนให้กลายเป็นคนดี......เพราะฉันก็ไม่ได้เลวอะไรมากมาย แค่ไม่ได้ดีที่สุดเท่านั้น ถ้าเปลี่ยนแปลง แล้วเราต้องเปลี่ยนไป.....??????? อยากเปลี่ยนรึป่าวล่ะ อยากเปลี่ยนไปมั้ย?????? เปลี่ยนไปในบางสิ่งก้อดีนะ แต่อย่าเปลี่ยนจนกลายเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเราเอง ...และเวลาก็จะช่วยให้เรารู้ ว่า....บางสิ่งก็ควรที่จะปล่อยให้มันเป็นไปตามเรื่องตามราวของมัน ไม่ต้องไปบังคับมัน....ไม่ต้องไปยุ่งยากกะมัน ให้มันไหลไปตามกระแสของเวลา.....ที่ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว บางสิ่งบางอย่าง ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไร ให้มันคงอยู่เหมือนเดิมอย่างนั้น....ให้มันไปตามที่มันเคยเป็น และ.....ต่อจากนี้ไป....ฉันก็จะปล่อยให้มันไหลไปตามวิถีทางของมัน ไหลไปตามกาลเวลาที่ไม่เคยรอใคร..... กาลเวลา ที่ไม่สามารถบังคับ ควบคุม กะเกณฑ์ ให้มันวิ่งตามใจเราได้ เพราะคนเรามีเวลา 24 ชม. เท่ากัน แต่ 24 ชม. นั้น ได้ใช้ไปอย่างคุ้มค่าหรือเปล่า??????? ถึงตอนนี้ ......ตอนท้ายสุดของบรรทัด.....ฉันก็รักเธอเหมือนเดิม และสุดท้ายของสุดท้าย....."รัก".......แค่นี้พอ March, 2009 รู้สึกว่า...เบื่อ...แอนด์ไม่สบอารมณ์?????? เข้าใจป่าวเออออ...ไม่ต้องอธิบายอะไรมากมาย เบื่อไง เข้าใจป่าว ....กูไม่อยากรอเมิงหันมาอีกแล้ว เมิงจะหันไปทางไหนก้อเรื่องของเมิง เบื่อแร่ะ ไม่ใช่ของเล่นชิ้นใหม่อีกต่อไปแร่ะ งั้นตั้งหน้าตั้งตาหาของเล่นชิ้นใหม่ต่อไปจะดีกว่า หาของเล่นแก้เบื่อไปวัน ๆ ไม่มีอะไรมาก.... เข้าใจมั้ย????.....ไม่เข้าใจใช่ป่าววววว กรูเบื่อเมิงแล้วววววววววว.......เริ่มไม่ชอบขี้หน้าไม่ถูกชะตาด้วยแล้ววว ไม่เข้าใจก้อดีแล้ว ไม่เข้าใจอยู่แบบนั้นแหละ เพราะตัวกรูก้อไม่เข้าใจเหมือนกัน.....น่าเบื่อ แอนด์ เซงว่ะ แค่มองแก้เบื่อแก้เซ็งเล่น ๆ เท่านั้นแหละ ไม่มีอะไรมากหรอก... ตอนนี้เบื่อแล้ว พอแล้ว ๆขี้เกียจแร่ะ....ไปตายไหนก้อไปดิ ตายไปเลย 55555+......สะใจกรู อิอิ...... รู้ไว้ว่า เป็นคนที่ไม่รักใครจริงจังก้อพอแร่ะ แต่ถ้าเป็นเพื่อน เป็นความรักเพื่อนรักฝูงอ่ะ ไม่เคยหมด แต่กะของเล่นบางชิ้น มันหมดไว เล่นตัวมาก ๆ กรูก้อช่างแม่งมึงไง...เรื่องของเมิง ไม่ใช่เรื่องของกรูนี่นา "ช่างหัวมัน ฉันไม่แคร์".....โอเค๊ ..โอเค.....55555+ พอ ๆ จบ ๆ .....พอซะที ชีวิตกรู ของเล่นชิ้นนี้อยู่มานานเกิน 4 เดือนแร่ะ เปลี่ยน ๆ กรูเบื่อมากขึ้นทุกวัน ไม่อยากเห็นหน้า เห็นหน้าแล้วอารมณ์เซงขึ้นมาทันที แต่ว่านะ.....อาจจะมีบางวินาทีก้อได้ จะเป็นไรไป ไม่มีใครรู้หรอก........มีบางวินาทีที่คิดถึง แต่ก้อช่างหัวมันเถอะ.....ของ ๆ คนอื่น กรู ไม่สนใจแว้วววววววววววววววว พอกันทีกะของเล่นที่กรูเคยแอบรัก แอบชื่นชม บ๊าย บาย น้า ค้าบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ พี่น้อง March, 2009 ฤดูร้อน....ของช้านปลายเดือนมีนา.... หน้าร้อนอีกแล้ว หน้าร้อนปีที่ช้านอายุ 22 ..... ---รู้สึกว่าบางสิ่งบางอย่างมันเริ่มเปลี่ยนแปลงไป.....เราที่เคยเป็นคนเก่า...พอมองดูในกระจก--- มันก้อคนเก่านั่นแหละ.....แต่ว่า....อะไรบางอย่างมันเปลี่ยนไปจากวันนั้น.....วันที่คิดว่า ไม่มีเค้าเราก้อตาย..... แต่ว่าผ่านไป 1 คืน ไม่มีเค้า++เราก้อยังอยู่ได้ ไม่เห็นตายเลย.....จะไปทำร้ายตัวเองทำไม.....ไปกินเหล้าให้มันเมา ทำไมไม่ทราบ???? คนเราชีวิตไม่ได้มีแค่นี้......เค้าไม่รักเรา ทำไมเราไม่รักตัวเราเองล่ะ ใช่ไหม?????......ก้อใช่ดิ ทำไมไม่รู้จักรักตัวเองบ้าง ทำไมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ล่ะ+++++++++ในเมื่อตอนเกิดมา ก้อเกิดมาตัวคนเดียว ตายก้อตายคนเดียวอยู่แล้ว...... เง้ออออ แอบเศร้าอยู่ดี.....แต่ว่าก้อเศร้าน้อยลงกว่าเดิม.....ไม่นั่งน้ำตาซึมบนรถเมล์แล้วล่ะ.....อาจจะกลายเป็นซึมลึกลงไป ในหัวใจก้อเป็นได้ ใช่ไหมล่ะ???????......อืม ช่างมันเถอะ.....แค่นี้ทนได้ ไม่ใช่เรื่องยากลำบากอะไร------------ สักวันหนึ่งช้านจะเข้มแข็งมากกว่านี้.....จะต้องเข้มแข็งมากกว่าเดิมให้ได้ สัญญา กับตัวเอง.....สัญญา จะ เข้มแข็ง ตลอดไป..............แต่ว่า....ฉันก้อยังรัก...คนมีแฟนแล้วอย่างเธอ เหมือนเดิม.... March, 2009 มีนาแร่ะ เหรอนี่....เดือน 3 ของปีมีนา....เมษา......พฤษภา....... อ่ะปีนี้ 2009 ปีหน้าก้อ 2010 สุดยอดมากมาย เร็วจัง เวลาผ่านไปเร็วมากมาย ไม่น่าเชื่อเลย เผลอแป็บเดียวเอง เราก้ออายุ 22 ปีแล้วเหรอนี่ 555+ .....ชีวิต ช้าน ผ่านอะไรมาบ้างนี่???????....... February, 2009 T_T---->>For U.....pls GiVe me.....An Entrapment My love, I have tried with all my being to grasp a form comparable to thine own, but nothing seems worthy; I know now why Shakespeare could not compare his love to a summer’s day. It would be a crime to denounce the beauty of such a creature as thee, to simply cast away the precision God had placed in forging you. Each facet of your being whether it physical or spiritual is an ensnarement from which there is no release. But I do not wish release. I wish to stay entrapped forever. With you for all eternity. Our hearts, always as one. - Anthony Kolos - What I Love About You I love the way you look at me, Your eyes so bright and blue. I love the way you kiss me, Your lips so soft and smooth. I love the way you make me so happy, And the ways you show you care. I love the way you say, "I Love You," And the way you're always there. I love the way you touch me, Always sending chills down my spine. I love that you are with me, And glad that you are mine. - Crystal Jansen - A gentle word like a spark of light, Illuminates my soul And as each sound goes deeper, It's YOU that makes me whole There is no corner, no dark place, YOUR LOVE cannot fill And if the world starts causing waves, It's your devotion that makes them still And yes you always speak to me, In sweet honesty and truth Your caring heart keeps out the rain, YOUR LOVE, the ultimate roof So thank you my Love for being there, For supporting me, my life I'll do the same for you, you know, My Beautiful, Darling Wife. - David G. Kelly - February, 2009 กุมภาพันธ์......FeBrUary--2009--- "ยังคิดถึงเธอเหลือเกิน...ได้ยินไหม???...เธอยังอยู่ในหัวใจของฉัน ข่มตานอนทุกคืนยังฝัน.....จะให้ทำยังไงในเมื่อหัวใจมีแต่เธอ" ---เฮ้ออออ เดือนแห่งความรัก ใช่ป่าวนี่..เดือนนี้น่ะ ++ พอดีว่าไม่มีคู่อ่ะนะ จะเอากุหลาบแดงไปให้ใครดี ...ตอนนี้ไม่มีนโยบายซะด้วย ไม่มีคนจะให้ อิอิ.....ไม่อยากซื้อด้วย เปลืองเงินช้าน เปล่า ๆ ๆ......เอิ้ก January, 2009 ในโลกแห่งความจริง..ที่ไม่ใช่โลกส่วนตัวของฉัน....(บ่นๆๆ55+) ***สิ่งนี้ คือโลกความจริง...ที่เราสรรค์สร้างเองไม่ได้....ได้แต่หมุนตามโลกที่มันเปลี่ยนไป*** คนเรา แตกต่างกัน เพราะมาจากต่างครอบครัว ความคิดเห็นก็แตกต่างกัน---ไม่แปลกหรอก ที่จะเกิดความแตกแยก ไม่ลงรอย ฉันมีโลกส่วนตัวของฉัน มีความคิดส่วนตัวของฉัน มีความรู้สึกส่วนตัวของฉัน.....มีแนวคิดที่กลั่นกรองขึ้นด้วยตัวเอง ไม่ได้มีใครมาแนะแนวบอกทาง.....และมักจะยืนหยัดบนฐานความคิดของตัวเอง โดยอาศัยหลักการความถูกต้อง ที่ไม่ทำให้เราสูญเสีย ความเป็นตัวของตัวเอง.....--ฉันอาจจะมาจากครอบครัวที่แตกต่างจากคนอื่น...ที่แม่ไม่ใช่ช้างเท้าหลัง ไม่ใช่ภรรยาที่รอสามีมารับ ไม่ใช่แม่บ้าน ที่นั่งทำอาหารรอสามี และ ลูก ๆ กลับบ้าน ไม่ใช่แม่ที่เดินมาหอม มากอดลูก ไม่ใช่แม่ที่คอยสอนนู่นสอนนี่.....บอกตรงๆ ว่าไม่มีความเป็นแม่บ้าน เอาเสียเลย....หุหุ นี่แหละ คือสิ่งที่ฉันเห็นมาตลอด แต่ แม่ก็ไม่เคยง้อใคร ไม่เคยนั่งรอใครมารับ ไม่เคยตั้งความหวังกะลูก ไม่เคยคิดจะอยากมี อยากได้ในสิ่งที่ไม่จำเป็น ไม่เคยแต่งตัวสวย ๆ ไม่เคยแต่งหน้าทำผม ไม่เคยไปงานรื่นเริง.....แต่สิ่งสำคัญก็คือ ไม่เคยละทิ้งหน้าที่ของตัวเอง...... สิ่งที่แม่พูดมักจะไม่มีคำหวาน มีแต่คำพูดตรงๆ ที่บางคนเรียกว่า ขวานผ่าซาก .....อะไรที่ว่าดี ก็คือดี....อะไรที่ว่าไม่ดี ก็ไม่เคยพูดอ้อมค้อม แม่จะบอก ตรง ๆ ไปเลยว่า ไม่ดี ........ใคร ๆ ก็เลยมักจะเห็นท่าทีแรง ๆของแม่ เห็นแม่ทำงานไม่หยุด งานของแม่ไม่เคยมีวันหยุดราชการ ลาพักร้อน ลาป่วย ลากิจ เพราะมันไม่ใช่งานที่ต้องเป็นลูกจ้างใคร อยากทำเมื่อไหร่ ก็ทำ อยากหยุดเมื่อไหร่ ก็หยุด เพียงแต่ว่าแม่ไม่เคยหยุดเท่านั้น.....มันเหมือนกับว่า หากวันไหนที่แม่หยุด ทุกสิ่งทุกอย่างอาจจะดูผิดปกติไป.....เห็นแม่ทำงานทุกวัน ฉันรู้สึกว่า นั่นคือความสุขของแม่ มากกว่า งานของแม่ไม่ได้ยิ่งใหญ่ ไม่ได้ทำให้ตัวเองรวย แต่เป็นงานที่ทำไปด้วยความสุข ความอยากจะทำ และความเคยชิน.....ฉันมองเห็นผู้คนที่อยู่รอบตัวแม่ทุกวัน เห็นสิ่งที่แม่ ทำทุกวัน เห็นวิถีชีวิตของผู้คน ที่หมุนรอบตัวเรา....ทุกคนล้วนแตกต่างกัน ความอยากได้ใคร่มีของทุกคนก้อไม่เท่ากัน.....ฉันเห็นชีวิตของแม่ที่ไม่เคย ง้อใคร แม้จะต้องพึ่ง ก้อไม่ได้พึ่งมาก คนอื่นเสียอีกที่พึ่งพาแม่มากกว่า แม่ยืนบนขาสองข้างของตัวเอง ที่ดิน ที่แม่มี แม่ก็หามาด้วยตัวเอง ไม่ได้ กู้ยืมใครมา ....แม่แทบจะพูดได้เต็มปากเลยว่าไม่เคยง้อใคร .......แม่ไม่มีสิ่งที่อยากได้ แม้แต่ บ้านหลังโต ๆ ใหญ่ แม่ก็ไม่ต้องการ.....รถยนต์หรู ๆ เอาไว้ไปเที่ยว ตจว. แม่ก็บอกว่าไม่จำเป็น นั่นคงจะเป็นความสุขของแม่ ที่ได้ดำเนินชีวิตในแบบของตัวเอง บางคนอาจจะบอกว่าขวางโลก บางคนอาจจะบอกว่า ไม่รู้จักพอ ทำงานไม่มีวันหยุด .....บางคนอาจจะบอกว่า ใช้ชีวิต หย่อนยานเกินไป ไม่มีระบบระเบียบ....อืม..... ใช่ ถ้าไปถามแม่ แม่ก็จะพูดตรง ๆ โต้งๆ ว่า..."เรื่องของกู....ใครจะทำไม....กูทำของกูทุกวันให้กูหยุดได้ไง.....กูทำด้วยความสุขของกู ไม่ได้ทำให้ใคร เดือดร้อน ที่สำคัญ --กูไม่ต้องง้อใคร".......ใช่ มันก็เป็นเรื่องจริง.....นี่ไม่ใช่ตัวอย่างของการดำเนินชีวิตที่ดี จริงมั้ย???? แต่ว่า ตั้งอยู่ บนฐาน ความคิดของตัวเอง ยืนหยัดอยู่บนความสุขของตัวเอง ที่ตัวเองพอใจที่จะทำ โดยไม่ทำให้ใครเดือดร้อน.....นั่นคือ วิถีชีวิตของแม่ ที่ไม่ได้ เลิศเลอ เพอร์เฟ็ค สักนิด........เพราะคนเราไม่ได้เกิดมาสมบูรณ์พร้อมทุกอย่าง ทุกคนหรอก --- แม้แต่คนรวย ยังมีข้อบกพร่อง ยังมีความทุกข์ มีความเครียด มีความอยากได้อยากมี ไม่มีที่สิ้นสุด.......เราเป็นมนุษย์ตัวเล็ก ๆ แต่บางทีสิ่งที่มนุษย์ ตัวเล็ก ๆ อย่างเราต้องการ นั้นมันยิ่งใหญ่ เทียบเท่ากับจักรวาล ก็เป็นได้...คิดดูสิ???????........ +++***ฉันเป็นคนแปลก....ความคิดค่อนข้างแปลกแยก.....อย่าง ถ้าถามฉันว่าอยากมีครอบครัวมั้ย?? คำตอบคือ ไม่อยากมี ขอขึ้นคานก็ได้ 555+ บ้าเนอะ เอ๊ะ คงไม่มีใครเอาฉันไปทำภรรยาหรอก 555+..........ฉันภูมิใจนะ ที่เป็นโสดแบบนี้ (อาจจะเป็นความคิดช่วงนี้ ช่วงที่ต้องการอิสระ หุหุ) ไม่มีเพื่อน หรืิอ ไม่มีแฟน ฉันก็มีตัวเอง......ฉันจะไปไหนมาไหนก็ได้ และฉันก็เชื่อว่า หากความเดือดร้อนมาเยือน ฉันก็จะผ่านมันไปได้ด้วยวิธี ใดก็วิธีหนึ่ง ในแบบของฉัน.....ชีวิตฉันไม่ค่อยมีผู้นำทางหรอก.....การค้นพบเอง ก็เลยเป็นสิ่งที่ดี ............อีกอย่าง ฉันหวงแหนความเป็นอิสระ ความเป็นส่วนตัว.....แล้วจะมีใครเข้าใจไหมนี่????? ---แล้วเวลากินข้าวก็ต้องกินด้วยกัน ใช่ไหม???? แต่ถ้าเป็นฉัน ไม่ต้องกินข้าวกะฉันทุกมื้อก็ได้ แล้วเวลากลับบ้าน ก็ไม่ต้องรอให้ใครมารับทุกวัน หรือทุกครั้งที่มีโอกาส ไม่ใช่หน้าที่หลักของคนเป็นแฟนนะ คิดว่า งั้น? เพราะบางที พอหมดช่วง โปรฯ มันก็หน้างอมารับ มารับแบบเร่ง ๆ ทั้ง ๆที่บางที่งานเรายังไม่เสร็จ มันไม่ได้รอเราเหมือนตอนรักกันใหม่ ๆ หรอกนะ แล้วมันก็จะอารมณ์เสีย ใส่เรา...........(อันนี้ตูเจอมาบ่อยแร่ะ ตูเบื่อ และเซ็งสัสๆๆๆ) เวลากินข้าว ถ้าเรารอมันมารับ แล้วหิวจนทนไม่ไหว ดันกินก่อนมัน มันก็จะมีเคือง มีงอน ให้เราต้อง้อ.....อืม ทำงอนแรก ๆอ่ะ น่ารักดี ๆ แต่ทำงอนหลายครั้ง ผ่านไป 2-3 ปี งอนเรื่องเก่า _(ไอ้เชี่ยยยย........กูเซ็ง).... และที่สำคัญ มีแฟนรวยกว่าเรา ใช่ว่าจะดี มันก็งกเหมือนกัน แรกๆ ไปขอความช่วยเหลือ สักหมื่นหรือ 2หมื่นนี่ไม่มีอะไร ยิ้มสบาย ๆ ๆ แต่พอมีครั้งที่ สอง สาม สี่ หรือให้มันช่วยเกี่ยวกะเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ สัญญง สัญญา อะไร...อาจจะมีหน้าตูมเต่งกลับมา แถมบ่นเรื่องเงินแทบไม่ได้ มีเลิกรา....(อันนี้ของคนอื่นง่ะ ขอเอามาลงนิดส์) เออ เอากะมันสิ....เวลางอน ก็ต้องง้อ เวลามันป่วย เราก็พยาบาล ใช่มั้ย????? แต่เวลาเราป่วย มันมาพยาบาลไหม ถ้ามันมา นับเลยว่ากี่วัน กี่ครั้ง ทำอะไรให้บ้าง.....บางคนไม่เคยรังเกียจรังงอน แฟนนอนป่วย ทำให้ทุกอย่าง (อ่ะ ช่วงโปรฯ ยังไม่หมดป่าว 55+)....บางคนต้องโทรไปอ้อน โทรไปหาร้องไห้ ให้ได้ยินว่าปวดนั่น ปวดนี่ มันถึงจะมา....แล้วอาจจะมาแบบ หน้าหงิก หน้างอ นั่งอยู่สักพัก บอกจะกลับบ้าน จะกลับไปทำงาน....(ไอ้ค-ว-า-ย.....ให้นึกถึงตอนมันป่วย--แล้วเราดูแลอย่างดีดิ) เวลาไปเที่ยว.....เจอคนรู้จักที่เป็นเพศชาย เข้าไปทักทายมาก็ไม่ได้ เด๋วเกิดอาการงอน ไม่ได้หึงนะ งอนแบบไม่พอใจ....(เอออ เมิงไม่อยากให้ตู มีเพื่อนเลยเหรอเวลาอยู่กะเมิง)...... แล้วเป็นบ่อย ๆ ๆ หลายครั้งที่ไปเที่ยวด้วยกัน.........มันทำให้เราเกิดอาการเซ็งสุดขีด ที่สุดท้ายตูต้องง้อมัน... เหรอ.............ฟ่ะ???????(5555++++ควายเอ้ย??)..........อืม ไม่ได้มีอคตินะ แต่มันอดไม่ได้ที่จะ คิด จะเอาสิ่งที่ผ่าน ๆ มาเป็นบทเรียน ไอ้คนที่เรายิ่งอยู่ใกล้ชิด มันยิ่งคบกันสั้น...เบื่อกันเร็ว....แต่กับคนที่เราไม่ค่อยได้เจอหน้า เพราะบ้านที่อยู่ห่างไกล หรือเหตุผลที่ทำให้ไม่ค่อยได้เจอ มันกลับคบกันยืดยาว เพราะว่าเวลาไม่เจอกัน มันคิดถึง เวลากินข้าวด้วยกันก้อแทบไม่มี....ความรู้สึกมันเลยคิดว่าถ้าได้กินข้าวด้วยกันทุกวันคงดี....555+...... บางทีก้ออยากไปหาแต่ไปไม่ได้ .....แม้ใจจะเรียกร้อง โว้ววววว....นี่อ่ะ ที่มันสวนทางกะชาวบ้านเค้า คือดันคบกันได้เป็นปีๆ ....ไม่เหมือนชาวบ้าน ที่ยิ่งห่างยิ่งอันตราย ------อารมณ์วัยรุ่นอ่ะนะช่วงนั้น ....แต่ตอนนี้ไม่ค่อยวัยรุ่นแล้วสิ.... หุหุ +++มันก็เป็นประสบการณ์หลายแบบที่เราได้รับมา ดี บ้าง ไม่ดีบ้าง.....ก็ช่างมันนะ ผ่านไปแล้ว.....และตอนนี้ไม่ใช่ชีวิตวัยรุ่นแล้วน่ะสิ -----ดังนั้น มันไม่เหมือนก่อน......ไม่เหมือนวัยรุ่นคึกคะนอง และมุมมองเรื่องการมีแฟนก็เลยเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก......ไม่ใช่ว่า ตอนนี้ว่าง..ต้องการใครก้อได้ มาเป็นแฟน มาให้เราควง ไปกินข้าว ไปดูหนัง หรือว่าไปหาแฟนรวยๆ เราจะได้สบาย ๆ มีรถยนต์ หรู ๆนั่ง...(อันหลังนี่..ไม่ค่อยเท่าไหร่เล้ยย โฮะๆๆ)+++มันมีอะไรหลายอย่าง มากกว่าสมัยวัยรุ่นเยอะ นี่คือชีวิตจริง ชีวิตที่เข้าสู่วัยผู้ใหญ่..........ชีวิตจริงที่ต้องเผชิญ อุปสรรค ชีวิตที่ ไกลบ้าน ไกลพ่อแม่ พี่น้อง หรือ เพื่อนสนิทสมัยประถม ที่คบ กันมาเป็น 10 ปี ชีวิตที่อาจจะประสบปัญหานานา ประการ....เพราะชีวิตในสังคมยุคนี้ ไม่ได้ง่ายเลย.....การจะเอาชีวิตให้รอด มันยากลำบาก สำหรับ บางคน และอาจจะธรรมดา ๆ สำหรับบางคน........แต่มันมีอะไรสลับซับซ้อนในการใช้ชีวิต ทั้งอยู่ในเมืองหลวง ....หรือในเมืองใหญ่...หรือแม้แต่ ชนบท บ้านนอก คอกนา....คนเรามันแตกต่างกัน ถูกเลี้ยงดูมาไม่เหมือนกัน กรอบที่ออกแบบมาให้ ก้อไม่เหมือนกัน....สำหรับฉันแล้ว แม่ไม่เคยวาง กรอบ หรือวางรูปแบบอะไรให้...มีเพียงแค่ข้อห้ามบางอย่างที่พ่อแม่สมควรจะห้ามนั่นแหละ มีลูกสาว ยิ่งต้องดูแล ให้ดี มากกว่าลูกชาย..... ไม่งั้นจะได้ขายขี้หน้าชาวบ้าน ถ้าเกิดลูกสาว ท้องป่องขึ้นมากลางคัน ตั้งแต่เรียนมัธยมนี่ คงอายตายไปข้าง....เพราะขี้ปากคนนี่มันกระจายไปไว แบบว่าอาจจะรู้กันทั้งบาง ว่าอีลูกบ้านนี้ท้องป่อง ตั้งแต่้เรียนไม่จบ ...เอิ้ก....งี้แหละ....คนเรามันก็มีหลายแบบอ่ะนะ..... ตอนนี้คิดว่าเหลวไหล มาตั้งแต่สมัยมัธยม โตขึ้นก็คงถึงเวลาที่จะเป็น ผู้ใหญ่ที่ดีต่อไปในอนาคตแล้วสิ....คำว่าผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต มันก็มีหลายแบบนะ และมีความหมายหลายอย่าง....แล้วแต่ว่าคน ๆ นั้นจะ ปฏิบัติยังไงการทำตัวเป็นคนดี--เป็นคนดีมันมีหลายรูปแบบ.......และก็แล้วแต่คนมองด้วยว่าดีหรือไม่ดี แต่ก็อย่าไปสนใจเลย เราอยากจะทำดีในแบบของเราก็ทำไป.....ไม่ต้องสนใจหรอกว่าสายตาคนอื่นจะมองเราอย่างไร มันสำคัญที่ตัวเรา..... ที่ใจเรามากกว่า.....ว่าพอใจที่จะทำ และทำโดยไม่ต้องเดือดร้อนใคร.....ไม่ต้องสนใจขี้ปากใคร ถ้าทำแล้วสบายใจก็ควรทำ ...ช่วงนี้ บ่น ๆๆๆๆๆ 55+ บ่นอะไรหว่าเรา.....หรือว่าบ่นตามอายุที่มากขึ้น เหอๆๆๆ......ไม่อ่ะ ไม่ อยากแก่มากไปกว่านี้แล้ว อิอิ..(ไม่ค่อยยอมรับความจริงเลยเรา)...น่าอายๆ January, 2009 ความคิด..ความฝัน..ความทรงจำ...ที่ไม่เป็นจริง"คิดถึงเธอที่สุดเลยตอนนี้..แต่มันก็เป็นแค่ความคิดถึง ที่ส่งไปไม่ถึงอยู่ดี แล้วฉันก็คงจะต้องเพ้อ อยู่แแบบนี้ ไปอีกนานแค่ไหน.... และถึงแม้ว่าเธอจะปรากฎตัวขึ้นต่อหน้าฉันในตอนนี้...ความคิดถึงของฉันก็ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้อยู่ดี....ไม่เข้าใจเลย ว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนี้...สติมันฟั่นเฟือน เลือนราง ไม่ค่อยเป็นผู้เป็นคนเท่าไหร่.....สมองฉันมันมีภาพเธอโผล่ขึ้นทุกนาที..... แล้วนี่จะต้องทำยังไงดี.....ฉันอยากลบทุกสิ่งทุกอย่างที่ เกี่ยวกับเธอทิ้งไปให้หมด ไม่อยากเผชิญหน้า...ไม่อยากรู้ ไม่อยากเห็นว่าเธอ เป็นตายร้ายดีอย่างไร....เพราะฉันไม่มีวันจะไปยืนเคียงข้างเธอได้ คนอย่างเธอ มันไกลเกินกว่าฉันจะเอื้อมไปถึง....คนที่ไม่มีดีอย่างฉัน คงได้แค่แหงนมอง เหมือนแหงนมองดาวบนท้องฟ้าที่สุกสว่าง สดใส...และเปล่งประกาย....ยิ่งคิด ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกด้อยกว่าที่ควรจะเป็น ไม่เคยรู้สึกต่ำต้อยมาก่อนเลยในชีวิต.....แต่ตอนนี้ความรู้สึกนี้มันถาโถมเข้ามาเต็มที่...ฉันคงได้แค่เก็บไว้ในใจเงียบ เพียงลำพัง...... ไม่เสนอหน้าออกมาให้ใครล่วงรู้.....แน่นอน+++สิ่งต้องห้ามที่ไม่สามารถเอื้อมถึง.....ไม่สามารถแตะต้องได้เลยสักนิด...มีเพียงแค่แหงนมองห่างๆ แค่นี้ก็พอใจแล้ว.....บางสิ่งบางอย่างปล่อยให้มันอยู่ในซอกหลืบแห่งความทรงจำ คงจะดีที่สุด ดีกว่าจะปล่อยให้มันออกมาเพ่นพ่าน เดือดเนื้อร้อนใจตัวเอง.....ให้ตัวเองกระวนกระวายใจคนเดียวก็พอแล้ว.....เพราะเด๋วมันก็สงบไปเองนั่นแหละ อาจจะฟุงซ่านแต่ไม่นาน มันก็คงหาย ไปเองอยู่ดี....แต่ตัวเราก็คงไม่หายไปจากโลกใบนี้หรอก....ไม่ได้ทำเพื่อใคร แต่ทำเพื่อตัวเอง.....ทำให้ตัวเองทุกข์ และสุขไปพร้อม ๆกัน ช่างฉันเถอะนะ....ฉันก็แค่อยากมีความทรงจำที่ทั้งเจ็บปวด และมีความสุข และควบคุมให้มันอยู่ในโลกส่วนตัวของฉันเอง ไม่ให้ใครรู้ ไม่ให้เข้ามาสัมผัส และ เข้าใจได้......โลกส่วนตัวของฉัน ที่มีแต่ความทรงจำ ความฝัน ความหวัง ความคิดฟุ้งซ่าน..และเหลวไหล อย่าสนใจเลยนะ...ว่าโลกส่วนตัวของฉันจะเป็นยังไง เพราะทุกคนก็มีโลกส่วนตัว ของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น.....และไม่อยากให้ใครเข้าไปก้าวก่าย หรือยุ่งเกี่ยว จนโลกส่วนตัวที่สร้างขึ้นนั้นพังทลายลง .....หรือไม่สามารถเรียกมันว่าโลกส่วนตัวอีกต่อไป----ตอนนี้ ความฟุ้งซ่านมันเข้าครอบงำฉัน ไม่รู้ว่าจะทำยังไง อธิบายยังไง และจะไปตะโกนที่ไหนให้ใครได้ยิน.....ฉันไม่อยากประกาศก้องตามที่ใจตัวเองต้องการได้...... มันร้องออกมาไม่ได้....เพราะคำที่จะหลุดจากปาก มันเป็นคำต้องห้ามที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างที่สุด....อาจจะคิดว่าฉันบ้าบอคอแตกก็ได้ แต่ที่ตรงนี้ คือที่ส่วนตัวของฉัน....ที่ ๆ ฉัน จะทำอะไรก็ได้ ที่ฉันต้องการ.....และฉันเองก็มีความสุข ที่เป็นแบบนี้...." January, 2009 ยากจะเข้าใจ...จริงๆ???????.....ชีวิต..คือการต่อสู้.... ---การดำเนินชีวิต ในปัจจุบันนี้ ยิ่งยากลำบากมากขึ้น ด้วยปัจจัยหลายอย่าง ที่ไม่ค่อยเอื้ออำนาวยให้คนฐานะไม่ร่ำรวยดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างง่ายดาย..... อืม...เรียกง่าย ๆว่า ต้องปากกัด ตีนถีบ ต่อสู้ เพื่อให้มีชีวิตรอด อ่ะนะ++++ แต่ว่า เราก้อต้องมองในแง่ดีที่ว่า คนรวย คงไม่สามารถมีประสบการณ์เช่นนี้ได้หรอก จริงมั้ย?? คนรวย อาจจะกลายเป็นคนไม่รวยก้อได้ ในอนาคต...แล้วเค้าจะรับได้มั้ยกับการที่ เคยมี แล้วก้อกลายเป็นไม่มี... การที่เคยสุขสบาย แล้วไม่สุขสบายเหมือนอย่างที่เคย.... คิดในแง่ดีไว้ ลำบากในวันนี้ อาจจะสุขสบายในวันหน้า เหรียญมีสองด้าน แล้วชีวิตเราจะมีสองด้านไม่ได้เหรอ????....ดังนั้น คิดไว้เสียว่า แค่เกิดมาเป็นมนุษย์ ก้อดีมากเท่าไหร่แล้ว มนุษย์ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ สามารถแสวงหาความรู้ สามารถแสวงหาความสุขสบายได้ ตามที่ใจต้องการ เราต้องมองชีวิตในแง่มุมที่ดีบ้าง...ถึงแม้จะเจอความลำบาก จะได้ไม่น้อยเนื้อต่ำใจไงล่ะ..... ชีวิตต้องเรียนรู้ ต้องผ่านอุปสรรค ถึงจะเข้มแข็ง เป็นที่พึ่งของคนอื่นได้ในวันข้างหน้า อนาคตไม่แน่นอน แต่ป้ัจจุบันนี่สิ...เป็นสิ่งที่อยู่กับเรา.....วันนี้คิดไว้ว่าต้องทำให้ดีที่สุด เสมือนว่าจะไม่มีพรุ่งนี้ให้อยู่ต่อรอดูพระอาทิตย์ขึ้น..... เราจะได้มีแรงใจในการทำงานที่อาจจะหนักหนาสาหัส ใจจะได้ไม่ยอมแพ้ท้อถอย สิ้นหวัง..... แต่ว่าคนเรา เกิดมา ต่างครอบครัว ต่างคนต่างความคิด....ถูกต้องนั่นแหละที่มุมมองของคนเราอาจจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หรือคล้อยตามกัน การจะทำให้ใครสักคนมองโลกในแง่ดีมากขึ้นนั้น ก้อยากพอดู มันต้องใช้เวลา ต้องใช้อะไรหลายอย่าง....เพื่อให้เค้าสามารถคิดได้เอง ว่า....โลกเรามีอะไรหลายอย่างที่เป็นแง่มุมดีๆ หลงเหลืออยู่.....มันไม่ได้มีแต่สิ่งเลวร้ายเท่านั้น บางทีมันก้อมีสิ่งดี ๆเหลืออยู่บ้าง หากเราคิดจะมอง ให้เห็นถึงความมีอยู่ของมัน....บางที ถ้าไม่เจอปัญหา ไม่เจออุปสรรค ไม่เจอเหตุการณ์ ร้าย ๆ หนัก ๆ ก้อคงไม่รู้หรอกว่า เราจะแก้ปัญหานั้นอย่างไร...ต้องเจอมัน พบมัน รู้สึกถึงความเจ็บปวดกับมัน ทดลองที่จะแก้ไขปัญหา ด้วยตัวเอง...แล้วเราจะรู้ว่า บางปัญหาไม่ใช่เรื่องราวใหญ่โต เกินกว่าที่เราจะรับมือไหว....ปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้วิ่งหนี---ถ้าวิ่งหนีมัน ปัญหา ก้อจะตามมาไม่รู้จักจบสิ้น เราต้องเผชิญหน้ากับมันบ้าง....เพื่อรู้รสชาติของการแบกภาระของปัญหานั้นไว้.....และอย่าเศร้าเสียใจหากมันแก้ไขไม่ได้ ความสามารถของคนเราไม่เท่ากัน มันสมองของคนเราก้อไม่เท่ากัน จิตใจคนเราก้อเข้มแข็งไม่เท่ากัน.... บางสิ่งบางอย่างถึงมันจะผิดพลาดไปแล้ว ก้อไม่ต้องไปเสียเวลาทุกข์ใจกับเรื่องของมันให้มากมาย ----เพราะชีวิตมีอะไรหลายต่อหลายอย่าง ให้เราไปค้นพบ...สิ่งที่พลาดไป ก้อช่างมัน อย่าหวนกลับไปคิดให้เสียใจอีก...ผ่านแล้วก้อให้ผ่านเลยไป อดีตไว้เป็นบทเรียน ปัจจุบันก้อต้องทำใ้หดีที่สุด....แต่คนบางคน ก้อไม่สามารถจะเข้าใจอะไรได้ง่าย ๆ อ่ะนะ... มันก้อต้องใช้เวลานิดหน่อย.....แต่คำว่านิดหน่อยนั้น นานเท่าไหร่ไม่รู้.....อาจจะเป็นปี ๆ เป็นเดือน ๆ หรือแค่ไม่กี่วัน....ใครจะไปรู้ สัจจธรรมแห่งชีวิต...ต่างคนต่างค้นพบไม่เหมือนกัน.....การปล่อยวางบางสิ่งก้อไม่เหมือนกัน....บางคนเลือกที่จะถือบางสิ่ง และก้อปล่อยวางบางสิ่งที่ตัวเองคิดว่า ควรจะปล่อยวาง...แต่บางคนก้อเลือกที่จะแบกอะไรหลายอย่างไว้ โดยไม่รู้จักคำว่า ช่างมัน.... บ่าสองข้าง มันเล็กนิดเดียว จะแบกอะไรไว้หนักหนา ถ้าจะให้ดี ก้อควรจะแบกความสุขไว้ให้มาก ๆ แต่มันก้อแบกไว้มากไม่ได้หรอก ยิ่งแบกความสุขมาก มันก้อหนักเหมือนกัน ความสุขจะจุกอก จนแบกไม่ไหวไงล่ะ....5555+ เราก็ควรเลือกที่จะแบกแต่สิ่งที่อยากจะแบกดีกว่า อะไรที่เกินความสามารถเรา...ก็ไม่ต้องเอามันมาแบกไว้ให้หนักอก หนักใจป่าว ๆ----- เสียเวลา... เสียความรู้สึก +++++----------+++++ January, 2009 PLEASE...don't come back" ได้โปรด อย่ากลับมาเลยนะ ตอนนี้....ฉันทำใจได้แล้วคนดี ถึงเธอกลับมาตอนนี้...ฉันก็ยิ่งจะฟุ้งซ่านมากขึ้น.... อย่าให้สมองของฉันมีแต่เธออีกเลย...ปล่อยให้หัวใจฉัน สมองของฉันเป็นอิสระ จากการจินตนาการถึงภาพเธอ.... ไม่อยากเห็นเธอมายืนอยู่ตรงหน้า....ไม่อยากเหลือบไปเห็นสายตา...ที่ฉันไม่เคยรู้ว่า....มันมีความหมายอะไรซ่อนอยู่บ้าง และคนอย่างฉันมันไม่มีค่า +++ที่จะไปคิดถึงเธอด้วยซ้ำ แม้จะจินตนาการถึงก็ผิดแล้วใช่มั้ย??????...... ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด.....เมื่อไม่มีเธออยู่ ใจฉันก็ไม่ทุกข์ ไม่ร้อน ไม่ตรอมตรม ไม่ฟุ้งซ่าน เหมือนเช่นวันที่เธอยืนอยู่.... เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น...สายเธอเย็นชาไร้ความรู้สึกเหมือนปกติ....เหมือนกับว่าไม่ได้มองเห็นตัวตนของฉันที่ยืนอยู่ใกล้ๆๆ..... ขอบคุณ...ที่มองไม่เห็นคนอย่างฉัน.....การตัดสินใจลาจากจึงง่ายขึ้น ง่ายถึงง่ายมากที่สุด......" January, 2009 แสงทองแห่งคุณธรรม.. ยามใดที่โลกของเรา.. ปราศจากแสงสว่างจากดวงอาทิตย์... >>>….โลกของเราย่อมมืดมน... >>>….เพราะถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด... >>>….ซึ่งโลกสมมติว่า...เป็นสีดำ... ยามใดที่โลกของเราปราศจากแสงสว่างแห่งปัญญา... >>>….โลกของเราย่อมมืดมน... >>>….เต็มไปด้วยอวิชชา..คือ..ความไม่รู้.. >>>….เป็นความมืดบอดทางจิตใจ... แสงสว่างแห่งคุณธรรม คือ ปัญญานี้... โลกสมมติให้เป็น..สีขาว.. หากแม้ว่า... ดวงตาที่ขาดแสงสว่าง... ย่อมไม่สามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้.. ทำให้เกิดความยากลำบากในการดำเนินชีวิต..ฉันใด.. ชีวิตที่ปราศจากแสงสว่าง..คือ..ปัญญา.. เป็นเครื่องส่องสว่างนำทางในจิตใจ... ย่อมก่อให้เกิดความมืดบอดทางคุณธรรม..ฉันนั้น.. เราจะเลือกสีใด ๆ ก็ตาม.. สีต่าง ๆ เหล่านั้น..ล้วนเป็นสีที่โลกสมมติ.. เพื่อให้เกิดความเข้าใจ.. >>>….จงหยุดให้ร้ายป้ายสีกัน.. >>>….มาสร้างสรรค์..เติมแต่ง..สีแห่งคุณธรรม..ลงในจิตใจกันเถิด... >>>….เพื่อทำลายสี คือ..ความมืดบอดต่าง ๆ.. >>>….ที่เกิดขึ้นจากอวิชชา.. >>>….ด้วยปัญญา คือ..แสงสว่างแห่งคุณธรรมในจิตใจ... บทความ..โดย..ชายน้อย.. January, 2009 รักล้นใจ........รักในใจ เก็บมันเอาไว้เรื่อยมา January, 2009 ใจกลางความเจ็บปวด.....ของตู หรือป่าวว่ะ?????" อยู่ตรงกลางใจ...ที่ใจกลาง ความเจ็บปวด รวดร้าวที่มี.... ไม่เคยคิดว่าจะพบ .....จุดจบอะไรแบบนี้" When you love someone, all your saved-up wishes start coming out. You will never know true happiness
until you have truly loved, and you will never understand what pain really is until you have lost it. ~ by Anonymous ~ To live is like to love -
....A simple I love you means more than money....
Love is like a friendship caught on fire.
In the beginning a flame, very pretty, Often hot and fierce, But still only light and flickering. As love grows older, Our hearts mature And our love becomes as coals, Deep-burning and unquenchable. ~ by Bruce Lee ~ Did my heart love till now? Forswear it sight, For I ne'er saw true beauty till this night. ~ Romeo, Romeo and Juliet by William Shakespeare ~ Love is like swallowing hot chocolate
Before it has cooled off. It takes you by surprise at first, But keeps you warm for a long time. ~ by Anonymous ~ The minute I heard my first love story,
Smile at each other, smile at your wife,
smile at your husband, smile at your children, smile at each other--it doesn't matter who it is-- and that will help you to grow up in greater love for each other. ~ by Mother Teresa ~ ...............เป็นคนบ้า............บ้ากะเรื่องราวไร้สาระ...... ไร้แก่นสารเป็นช่วง ๆ ---ทำใจหน่อยนะ --- เราก้อเป็นงี้แหละ "...ก็รู้ว่าคงเป็นไปไม่ได้.....และฉันจะทำอย่างไรต่อไปนี้ ช่วงเวลาที่มันเดียวดายไม่มีเธอ ฉันต้องทนทรมานกับความเปลี่ยวเหงา ไปอีกนานเท่าไหร่......วันนี้จะเป็นอย่างไรถ้าพบกัน พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรถ้าคุยกัน.......ฉันทนทรมานกับความปวดร้าวไปอีกนานเท่าไหร่....... และฉันต้องรออีกนานสักเพียงไหน...............แล้วฉันจะทำอย่างไรต่อไปนี้----ใจที่มัน ละลายเริ่มชินกับความเหงา+++ต่อไปฉันต้องทำยังไง....ในเมื่อรักที่มีในใจต้อง เก็บเอาไว้ข้างใน ไม่อาจจะเปิดเผยไปให้ใครได้รู้....ต่อให้ฉันจะรักเธอมากเท่าไหร่ ก้อรู้ว่าเธอคงจะไม่สนใจ... แม้จะนานเท่าไหร่..........ฉันจะรักเธอไปตลอดกาล....ตราบเท่าที่ลมหายใจฉันยังมี" **อืม ++มีปัญหา หลายปัญหา....บางทีเข้ามาแว่บๆๆ บางทีเข้ามาเป็นช่วง ๆ ที่เนิ่นนาน....แต่ก็ต้องหาที่ระบายบ้างอ่ะนะ ไม่อยากเครียด ไม่อยากเป็นคนบ้ามากไปกว่านี้.....** ถึงจะผ่านอะไรมาเยอะ ได้เรียนรู้อะไรมากมาย แต่ว่า โลกเรามีปัญหามากมายร้อย แปด พันเก้า....ต้องใช้ปัญญาแก้ไขปัญหานะ ถึงจะดีที่สุด ไม่งั้ชีวิตคงไปไม่รอดแน่--- แต่บางทีก็ต้องพึ่งพาคนอื่นบ้างที่พอจะสามารถยึดเป็นหลักชัยได้ สัญญา จะใช้ชีวิตให้คุ้มค่า...คุ้มราคา กะที่ได้เกิดมา.... เกิดมาครั้งเดียว....ไม่ได้เกิดมาหลายหน เกิดมาเป็นคนครบถ้วนสมบูรณ์ก้อดีเท่าไหร่แล้ว ดังนั้นจึงต้องพยายามเป็นคนดี........เป็นคนที่ดีที่สุดให้ได้...... January, 2009 ชีวิต..ปัญหา..ทางออก การมีชีวิต อยู่เป็นเรื่องที่ดี ....การมีชีวิตอยู่อย่าง สบาย ก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ดีมากขึ้นไปอีก ไม่มีอะไรจะสุขมากไปกว่า มีชีวิต สบาย ๆ ไม่มีทุกข์ ...แต่จะหลีกเลี่ยงทุกข์ได้หรือ??????.... ทุกข์ มีทั้ง ทุกข์มาก ทุกข์ น้อย.....และ สุข ก็ มีทั้ง สุข มาก และสุขน้อย เช่นกัน เค้าว่ากันว่า สุข-ทุกข์อยู่ที่ใจ....ใจทุกข์ กายก็ทุกข์....ใจสุขกายก็สุข.....เหมือนว่า ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว.....จริงมั้ย???? อันนี้ต้องลองย้อนคิดกันเอาเอง..... และเวลาร่างกายป่วย....ก็ไม่ควรให้ใจป่วยตามไปด้วย...หากใจป่วยตามแล้ว ร่างกายก็ยิ่งจะหันเหทรุดลง.... เหมือนเรือที่ขาดหางเสือ คอยบังคับ......เพราะถ้าใจป่วย ก็เหมือนว่า ไม่มีกำลังใจที่จะอยู่ต่อไป... ดังนั้นต้องให้ใจมีแรง มีกำลัง.....ถึงร่างกายไม่ไหว แต่ใจสู้ เต็มร้อย ก็ไม่เป็นไรนี่นา....ชีวิตจะสามารถอยู่ต่อได้อีกนาน เวลาเรามีปัญหา..เราก็ยิ่งคิด คิดมาก คิดฟุ้งซ่าน....คิดไปเรื่อย ถึงปัญหา..... แต่ที่จริง เมื่อเจอปัญหา ก็ให้ลองหยุดคิดสักนิด อย่าเพิ่งคิด ไปไกล อย่าเพิ่งไปคิดมาก.... คิดน้อยๆๆๆ แต่คิดด้วยความมีสติครบถ้วน อย่าหุนหันพลันแล่น...จนตัดสินใจทำลงไปโดยไม่ไตร่ตอง เพราะแทนที่จะได้แก้ไขสิ่งถูก ก็จะกลายเป็นผูกเงื่อนให้แก้เข้าไปอีกชั้นหนึ่ง อาจจะต้องให้คนอื่นเดือดร้อนตามไปด้วย ต้องไปอาศัยแรงคนอื่น เงินคนอื่นมาช่วยแก้ ช่วยผัดผ่อน ซึ่งเป็นการสร้างหนี้ สร้างปัญหาเพิ่มขึ้นไปอีก ดังนั้นเมื่อปัญหามา ปัญญาต้องเกิด อาจจะเกิดช้าไปนิดก้อไม่เป็นไร ต้องขบคิดหาทางออก ที่ดีที่สุดเพื่อ ตนเอง เพื่อไม่ให้ ผู้อื่นเดือดร้อนตาม....คิดสักนิด ทบทวนสักหน่อย ผิดพลาดที่ตรงไหน.....เอาประสบการณ์ที่เคยพบเคยเจอมาช่วย แล้วปัญหามันจะผ่านไปได้อย่างลุล่วง ...... และอย่างยิ่ง เวลามีรัก ..ก็จงอย่ารักทั้งหมดของใจที่มี อย่าทุ่มสุดกาย จนตามืดตามัว เพราะใช่ว่าคน ๆนั้นจะรักเรา เท่าที่เรารักเค้าหรอกนะ บางทีเค้าอาจจะรักเราไม่ได้ครึ่งกับที่เรารักเค้าก้อได้ เวลาผิดหวัง เลิกราจากกัน จึงเจ็บช้ำใจ ร้องไห้ เอาเป็นเอาตาย เหมือนว่าพ่อแม่ตาย หรือ ยายเสีย ทั้งๆ ที่คนที่ทิ้งเราไปไม่ใช่คนในครอบครัวที่คลอด หรือเลี้ยงดูเรามาสักนิด..... ดังนั้นถ้าจะรัก ก็รักอย่างมีสติ รำลึกไว้เสมอว่า มันไม่ใช่ของจริง เที่ยงแท้ แน่นอน สักวันมันต้องเปลี่ยนแปลง เพราะมันคือ นามธรรม ไม่ได้เป็นรูปธรรมชัดเจน จนจับต้องได้ ไขว่คว้่าได้..... ใจคนเรายิ่งเปลี่ยนแปลงง่าย...ไม่แน่นอนยิ่งกว่าอะไรทั้งปวง เมื่อกี้คิดอย่างนี้ ผ่านไป 10นาทีก็คิดอีกอย่างแล้ว... เราก็ควรจะเผื่อใจไว้บ้าง เผื่อไว้ว่าสักวันเราต้องสูญเสียคนรักไป..จะได้ไม่เจ็บเจียนตาย ต้องไปกระโดดตึกฆ่าตัวตาย...ให้พ่อแม่เสียใจ เวลารัก ก็ควรจะรักด้วยความปรารถนาดี รักโดยไม่หวังครอบครอง เป็นเจ้าของ.....หวงแต่พอดี ห่วงแต่พอประมาณ ไม่หึงหวง จนเกินไป....นั่นก็ทำให้คนที่เรารักเบื่อเหมือนกันนะ...รักมาก หวงมาก ห่วงมาก หึงมาก..... แล้วก้อคิดซะว่า คนที่เลิกกะเราไปนั้น ชาติก่อนคงเคยร่วมทำบุญ ทำกรรมกันมา แต่ไม่ใช่คู่แท้ๆ ของเรา...คู่แท้ๆ ของเรายังไม่มาก็เป็นได้ รักแบบเผื่อใจ รับแบบมีสติ รักโดยที่ไม่ต้องยอมไปซะทุกอย่าง.... ชีวิต ธรรมชาติให้มา พระท่านว่าไว้ เกิดมาคนเดียว ตอนเกิด ก้อไม่ได้เอาอะไรมาด้วย... เวลาตายจะเอาอะไรไปด้วยได้อย่างไร ที่ดินหรือ เงินทองหรือ บ้านหลังโตๆ หรือ นั่นก็เอาไปไม่ได้... ตอนมีชีวิตอยู่ก้อต้องพอเพีอง พอดี พอสุข พอใจในสิ่งที่มี พอใจในสิ่งที่เป็น ไม่ต้องขวนขวายหาเงินทองมากองสุมหัว ตายไปก็แบกไปไม่ได้อยู่ดี จะไปสรรค์หามาทำไมนักหนา หากยังไม่พร้อมจะสร้าง ก็ไม่ต้องสร้าง ไม่พร้อมจะมี ก็ยังไม่ต้องมี ......ให้ถึงเวลาพร้อม มีคนสานต่อค่อยทำก็ไม่เป็นไร ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต..... January, 2009 HappY NeW YeAR 2009!!!!!.....ยินดีต้อนรับสู่ปีใหม่ 2552 .....อ่ะ 2009 แว้ววว จ้า ไม่ค่อยมีอะไรใหม่เลยนะนี่ หุหุ เป็นคนเดิมที่ไม่ค่อยมีอะไรจะเปลี่ยนไปอ่ะนะ อิอิ ลั้นล้า ลั้นล้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ...................... ดีใจจังได้กลับบ้านด้วยล่ะ ได้กลับตั้งหลายวันน่ะ 555+ และแล้วก้อแก่ขึ้นอีกตั้ง 1 ปีอ่ะ โอ้ยยยย...ไม่อยากแก่แล้วววววว 5555+ นี่ๆๆๆ ที่บ้านเกิดมีเทรนด์ใหม่สุด ฮิต อิอิ....เพื่อน ๆเรา มีลูกมีเต้ากันคนละ 2 คนแล้วล่ะ อ่ะ....ทำไงดี ไม่อยากเป็นป้า เป็นน้า เป็นอา ........แก่ง่ะ อยากให้เด็ก ๆๆ มานเรียกเราว่าพี่จัง อิอิ +++----+++ ....คิดถึงเธอจัง...จะทำยังไงดีล่ะ.... A heart cries because of a pain that's left it destroyed. But when a heart cries out, there are no words, no voice. There's no heard explanation - the vocal chords are stopped. Simply, tears are every evidence of everything lost. Boy, you choked my tongue, you made me silent. And I felt an awful lump in my throat begin climbing. Then came the flood of "I love you's" & "I hate you's," but, All of this I said with my mouth sealed shut. Salt filled vocabulary tumble down left and right, Both cheeks raw & exhausted from this sorry plight. And even though my heart can't form words in the right way, Don't worry, it's covered, cos Tears are words the heart cannot say. |
|
|